http://www.bansoengsang.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 ประวัติโรงเรียน

ความภาคภูมิใจ

 ผลงานศิลปะ

 ประเมินโรงเรียนพระราชทาน

 กิจกรรมลดเวลาเรียน

 บริษัทสร้างการดี

 ติดต่อ

บริการ

สาระน่ารู้

มุมสุขภาพ

ห้องเรียนไอที

ปฎิทิน

« April 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

สถิติ

เปิดเว็บ19/05/2009
อัพเดท23/03/2020
ผู้เข้าชม1,132,121
เปิดเพจ1,587,095

ประเพณีลอยกระทง

1. ประวัติวันลอยกระทง

              เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3

2. ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย

              ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"

3. ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง


# เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
# เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
# เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
# ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้

 

4. ตำนานวันลอยกระทง

  

ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 12 (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

          คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
          1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
          2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
          3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
          4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
          5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
          6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
          7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

5. คำอธิษฐานวันลอยกระทง

ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง

          เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทราย แม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้

คำอธิษฐานวันลอยกระทง

          อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ อะสุกายะ
          นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน ฐิตัง
          มุนิโท ปาทวลัญชัง อะภิปูชะยามิ อะยัง
          ปะทีเปนะ มุนิโท ปาทวลัฐชัง ปูชา
          มัยหัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

          แปลว่า ..... ด้วยประทีปนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมบูชารอยพระพุทธบาทของพระศรีศากยมุนี อันประดิษฐานอยู่ ณ หาดทราย แห่งนัมมทานทีอันไกลโพ้น ขอให้การบูชารอยพระพุทธบาทด้วยประทีปนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ และประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าสิ้นกาลนานเทอญ.

คำถวายกระทงสำหรับลอยประทีป

          มะยัง อิมินา ปะทีเปนะ นัมมะทายะ
          นะทิยา ปุเลเนฐิตัง มุนิโน ปาทะวะลัญชัง อะภิปูเชมะ
          อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะลัญชัสสะ บูชา
          อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังฆวัตตะตุ

6. เพลงลอยกระทง

          ประเพณีลอยกระทง นั้นมีมาแต่โบราณ โดยมีที่มาจาก คติความเชื่อหลายอย่าง เช่น เชื่อว่าเป็นการบูชาและขอขมาแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ เป็นการบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท เป็นต้น

          การลอยกระทงนิยมทำกันในวันเพ็ญ เดือน 12 ของทุก ๆ ปี อันเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ประกอบกับเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบกับท้องน้ำ ก่อให้เกิดบรรยากาศงดงาม เหมาะแก่การลอยกระทงเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุด คงเป็นเพราะการกระทำการในคืนวันเพ็ญนั้น แสงจันทร์ส่องสว่าง ก่อให้เกิดความปลอดภัย และสะดวกในการทำกิจกรรม เนื่องจากในสมัยก่อน เรายังไม่มีไฟฟ้าใช้นั่นเอง

 

7. ประวัตินางนพมาศ

 นางนพมาศ หรือ เรวดี นพมาศ เกิดในรัชกาลพญาเลอไท กษัตริย์ที่ 4 แห่งราชวงศ์พระร่วง บิดาเป็นพราหมณ์ชื่อ โชติรัตน์ มีราชทินนามว่า พระศรีมโหสถ รับราชการในตำแหน่งปุโรหิต  มารดาชื่อ เรวดี ภายหลังนางนพมาศได้ถวายตัวเข้าทำราชการในราชสำนักสมเด็จพระร่วงเจ้า สันนิษฐานว่ารับราชการในแผ่นดินพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) จนกระทั่งได้รับตำแหน่ง "ท้าวศรีจุฬาลักษณ์" พระสนมเอก

          นางนพมาศได้ทำคุณงามความดีเป็นที่โปรดปรานของพระร่วงในกาลต่อมา  ที่สำคัญๆ มีอยู่ 3 ครั้ง


          ครั้งที่ 1
เข้าไปถวายตัวอยู่ในวังได้ห้าวัน ก็ถึงพระราชพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป (ลอยกระทง) นางได้คิดประดิษฐ์โคมลอยรูปดอกกระมุท (ดอกบัว) มีนกเกาะดอกไม้สีสวยๆ ต่างๆ กัน เป็นที่โปรดปรานของพระร่วงมาก

          ครั้งที่ 2
ในเดือนห้ามีพิธีคเชนทร์ศวสนาน เป็นพิธีชุมนุมข้าราชการทุกหัวเมือง มีเจ้าประเทศราชขึ้นเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการด้วย ในพิธีนี้พระเจ้าแผ่นดินทรงรับแขกด้วยเครื่องหมากพลู  นางนพมาศได้คิดประดิษฐ์พานหมากสองชั้นร้อยกรองด้วยดอกไม้งดงาม พระร่วงทรงโปรดปรานและรับสั่งว่า ต่อไปผู้ใดจะทำการมงคลก็ดี รับแขกก็ดี  ให้ใช้พานหมากรูปดังนางนพมาศประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของพานขันหมากเวลาแต่งงาน ซึ่งยังคงใช้จนถึงปัจจุบัน

          ครั้งที่ 3
นางได้ประดิษฐ์พนมดอกไม้ถวายพระร่วงเจ้าเพื่อใช้บูชาพระรัตนตรัย พระร่วงทรงพอพระทัยในความคิดนั้น ตรัสว่าแต่นี้ต่อไปเวลามีพิธีเข้าพรรษาจะต้องบูชาด้วยพนมดอกไม้กอบัวนี้

          นางนพมาศเป็นบุคคลที่ฉลาดถ่อมตัวเป็นอย่างยิ่ง จนได้สมญาว่า "กวีหญิงคนแรกของไทย" ดังเช่นที่เขียนไว้ว่า "ทั้งเป็นสตรี สติปัญญาก็น้อยกว่าบุรุษ แล้วก็ยังอ่อนหย่อนอายุ กำลังจะรักรูปและแต่งกาย ซึ่งอุตสาหะพากเพียร กล่าวเป็นทำเนียบไว้ ทั้งนี้เพื่อหวังจะให้สตรีอันมีประเภทเสมอด้วยตน พึงให้ทราบว่าข้าน้อยนพมาศ กระทำราชกิจในสมเด็จพระร่วงเจ้ากรุงมหานครสุโขทัย ตั้งจิตคิดสิ่งซึ่งเป็นการควรกับเหตุ ถูกต้องพระราชอัชฌาสัยพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้ปรากฏชื่อเสียงว่าเป็นสตรีนักปราชญ์ ฉลาดในวิชาช่างอยู่ชั่วกัลปาวสาน "



ขอบคุณแหล่งข้อมูลดี ๆ จาก :
http://www.loikrathong.net/
บอร์ดเด็กดีดอทคอม
http://dek-d.com/board/view.php?id=1184468

ความคิดเห็น

  1. 1
    แก้มป่องง
    แก้มป่องง kung_nu_kam@hotmail.com 02/08/2010 18:14

    เยี่ยมมมมม


     


    สุดยอดดดด


     


    คนไทยมีฝีมือ


     


     

  2. 2
    คนน่าร๊ากกกกกก
    คนน่าร๊ากกกกกก no_mo_@43sothail.to.th 15/11/2010 18:30
    55 น่าร๊ากกกก
  3. 3
    คนน่าร๊ากกกกกก
    คนน่าร๊ากกกกกก no_mo_@43sothail.to.th 15/11/2010 18:52
    55 น่าร๊ากกกก

    อืมๆน่าร๊กกกกกกกมาก

    แต่ก้ขาดสีสันไปนิดนึงอะ 55

    แต่ก้สวยอยุอะนะ 55

    55 น่าร๊ากเหมือนเดิมแม้เห็นครั้งแรก
  4. 4
    คนน่าร๊ากกกกกกคร้า
    คนน่าร๊ากกกกกกคร้า no_mo_@43sothail.to.th 15/11/2010 18:53
    55 น่าร๊ากกกก

    อืมๆน่าร๊กกกกกกกมาก

    แต่ก้ขาดสีสันไปนิดนึงอะ 55

    แต่ก้สวยอยุอะนะ 55

    55 น่าร๊ากเหมือนเดิมแม้เห็นครั้งแรก
  5. 5
    อรสส
    อรสส 15/11/2010 18:56
  6. 6
    คนน่าร๊ากกกกกกคร้า
    คนน่าร๊ากกกกกกคร้า no_mo_@43sothail.to.th 15/11/2010 19:38
    55 น่าร๊ากกกก

    อืมๆน่าร๊กกกกกกกมาก

    แต่ก้ขาดสีสันไปนิดนึงอะ 55

    แต่ก้สวยอยุอะนะ 55

    55 น่าร๊ากเหมือนเดิมแม้เห็นครั้งแรก

    55555

    love 55
  7. 7
    วิรุพห์
    วิรุพห์ jtdnftd@rsdnfd.com 17/11/2010 15:12
  8. 8
    ดา
    ดา paan747@hotmail.com 18/11/2010 11:00
  9. 9
    ชมนาด
    ชมนาด 18/11/2010 14:28
    สวยมาก   ชอบจริงๆ
  10. 10
    คนดีไม่บอก
    คนดีไม่บอก Thipmanee_kae@hotmail.com 21/11/2010 16:29
    รูปดีไห้คุณนภาพมากขอบคุณอย่างยิ่ง
 1  2  3 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view
view